fbpx

จองออนไลน์ 24 ชั่วโมง (ไม่หลับไม่นอน)

Previous
Next

ที่มาของ “บุฟเฟต์” รูปแบบการบริการสุดคุ้มที่หลายๆ คน กินกันประจำ แต่ไม่เคยรู้มันมาจากไหน

เชื่อว่าในสมัยนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอาหารแบบ “บุฟเฟต์” อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมูกระทะ หมูจุ่ม หรือบุฟเฟต์ตามโรงแรมและบนเรือสำราญ มันเป็นคำที่คนไทยใช้เรียกอาหารแบบที่สามารถทานไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะอิ่ม (ภาษาอังกฤษบางทีก็เรียก All You Can Eat)เคยสงสัยกันไหมว่า ไอ้เจ้าอาหารบุฟเฟต์เนี่ยมันมาจากไหนกัน?
การกินอาหารแบบบุฟเฟต์เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศสวีเดนในช่วงเวลาประมาณศตวรรษที่ 16 ซึ่งในยุคนั้นที่สวีเดนกำลังมีชื่อเสียงเรื่องชาวไวกิง สุดยอดนักรบแห่งท้องทะเลนั่นเอง

เมื่อใดที่ชาวไวกิงขึ้นฝั่งหลังจากปฏิบัติภารกิจสำเร็จ พวกเขาก็จะมีการจัดทำอาหารแบบ Brännvinsbord ซึ่งเป็นการนำอาหารที่มีหลายๆ ชนิดมาวางรวมกันบนโต๊ะ และทานกันหลายๆ คน โดยให้แต่ละคนเลือกกินตามใจชอบ ในปริมาณที่ไม่จำกัด

การกินอาหารแบบ Brännvinsbord ถูกชาวฝรั่งเศสรับไปใช้จนเป็นที่โด่งดังขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยได้มีการใช้ตู้เก็บช้อนส้อมในการนำอาหารมาเพิ่มบนโต๊ะเพิ่ม ซึ่งเจ้าตู้เก็บช้อนส้อมนี้ถูกเรียกกันว่า “Buffet” หรือ “บุฟเฟต์” และกลายเป็นชื่อเรียกของวิถีการทานอาหารที่ทานได้ไม่อั้นอย่างที่เรารู้จักกันนั่นเอง

ในปัจจุบันกินอาหารแบบบุฟเฟต์ ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากสมัยก่อนไปค่อนข้างมาก ทั้งประเภทอาหารที่ใช้ วิธีการปรุงอาหาร หรือแม้กระทั่งการรับประทานที่ต้องจ่ายเงิน (เพราะในสมัยก่อนบุฟเฟต์ จะมีลักษณะคล้ายกับงานเลี้ยงเพื่อแสดงความร่ำรวยมากกว่า)

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่อาหารบุฟเฟต์ยังคงเหมือนกับต้นฉบับไม่เปลี่ยนแปลง
นั่นคือการที่ผู้ทานต้องลุกขึ้นไปตักอาหารมาทานเองนั่นเอง การทานบุฟเฟต์เวลาตักอาหารเราควรคำนึกถึงปริมาณที่เราจะกินหมด ไม่ใช่ตักไปเยอะๆทีเดียวแล้วเหลือ จะทำให้คนข้างหลังไม่ได้รับประทานสิ่งนั่น ทำให้คนนั่นรู้สึกไม่ดีต่อการกินบุฟเฟต์อีกต่อไปเราควรช่วยกันรักษาวัฒนธรรมการกินบุฟเฟต์อันดีงามเอาไว้ เพื่อจะให้มีบุฟเฟต์อยู่คู่กับเราตลอดๆไป สนใจกินบุฟเฟต์แบบจุก พร้อมอาหารแสนอร่อยกับรับชมวิวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา